บทความ

ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01

รูปภาพ
     ส.ป.ก.4-01 คือ   เอกสารสิทธิให้ประชาชนชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เริ่มขึ้นเมื่อมีพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มีหลักการสำคัญว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปนั้นใช้ทำเกษตรกรรมได้อย่างเดียวเท่านั้น ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ และผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จะต้องมีฐานะยากจน               เขตปฏิรูปที่ดินหมายถึง ที่ดินที่เป็นชุมชนเต็มรูปแบบมาก่อน ที่ดินที่เป็นไร่สวนทำกินของราษฎรตั้งแต่บรรพบุรุษ และที่ดินป่าเสื่อมโทรม หมดสภาพป่าและไม่สามารถฟื้นสภาพป่าได้อีก ไม่รวมถึงป่าในเขตอนุรักษ์เช่นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ หรือเขตต้นน้ำลำธาร               หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 คือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเทศไทย                   เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำการซื้อขายที่ดิน...

ซื้อขาย การโอนทรัพย์สิน

รูปภาพ
นัดจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์กันในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6699/2560         นัดจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์กันในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ถือว่าคู่สัญญาย่อมไม่อาจปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาจะซื้อจะขายได้ เนื่องจากการชำระหนี้ต่างตอบแทนกลายเป็นพ้นวิสัย ซึ่งมิใช่ความผิดของฝ่ายใด  กรณีนี้ไม่อยู่ในบังคับ ป.พ.พ.มาตรา 193/8  การที่ผู้จะขายไปรอที่สำนักงานที่ดินในวันทำการถัดจากวันนัดซึ่งเป็นวันหยุดราชการ  แต่ผู้จะซื้อไม่มา  # ย่อมถือไม่ได้ว่าผู้จะซื้อผิดสัญญา  แต่การที่ผู้จะขายโอนขายอสังหาริมทรัพย์หลังจากวันนั้นให้ผู้อื่นไป ถือเป็นการเลิกสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างคู่สัญญาเดิมโดยปริยาย คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ.มาตรา391 ว.1 ดังนี้ ผู้จะขายมีหน้าที่ต้องคืนเงินมัดจำให้แก่ผู้จะซื้อ และไม่ต้องชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้จะซื้อ สำนักงานกฎหมายพรเพ็ญ ทนายความ รับปรึกษา  ดำเนินคดี  ทางแพ่ง  ทางอาญา   คดีอนาจาร  คดีข่มขืน   ยักยอก   ฉ้อโกง  การกู้ยืมเงินที...

เช่าซื้อ ความรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ

รูปภาพ
เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน  คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม  ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระได้อีก  คงเรียกได้แต่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์เท่านั้น และไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้เช่าซื้อ  แม้ผู้ให้เช่าซื้อจะได้ทดลองจ่ายไปก่อน  ก็ไม่มีสิทธิเรียกจากผู้เช่าซื้อ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2742/2556               จำเลยทั้งสองให้การเพียงว่าสิทธิเรียกร้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว เนื่องจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ศ. ผู้ให้เช่าซื้อเดิมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 แต่โจทก์ฟ้องคดีเกินกำหนดระยะเวลา 10 ปีแล้ว จึงขาดอายุความ คดีมีประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องและคำให้การเพียงว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนับจากวันทำสัญญาหรือไม่เท่านั้น อีกทั้งไม่มีประเด็นอายุความอันเกี่ยวด้วยการเลิกสัญญาเนื่องจากจำเลยทั้งสองมิได้ให้การในประเด็นดังกล่าวไว้ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเมื่อนับจากวันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดี คดีโจทก์ขาดอายุความนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิ...

ฉ้อโกง

รูปภาพ
หลอกขายที่ดิน โดยอ้างว่า เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิการครอบครองและรับรองว่าสามารถจดทะเบียนโอนได้และได้รับเงินไปแล้ว ความจริงเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4225/2559           โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเสนอขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์โดยแจ้งว่าเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิการครอบครองและรับรองว่าสามารถจดทะเบียนโอนให้โจทก์ได้ แต่เนื่องจากที่ดินติดจำนองธนาคาร จำเลยจะนำเงินที่ได้จากโจทก์ไปไถ่ถอนจำนองมาจดทะเบียนโอนให้โจทก์ภายในเดือนเมษายน 2555 ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2555 โจทก์ตรวจสอบพบว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา จึงฟังได้ว่าโจทก์ทราบเรื่องที่ถูกหลอกว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 มิใช่ที่ดินมีเอกสารสิทธิที่จะสามารถโอนให้กันได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เกิน 3 เดือน นับแต่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิ่งทราบเรื่องความผิดฐานฉ้อโกงในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยรับรองว่าจะไม่จำห...

จำนอง

รูปภาพ
เรื่องบังคับจำนอง เจ้าหนี้ ต้องบอกกล่าวไปยังผู้จำนองอย่างน้อย 60 วัน  กรณีผู้จำนองเสียชีวิต ต้องบอกกล่าวไปยังกองมรดกของผู้ตาย(ผู้จำนอง)     (***กฎหมายใหม่แก้ ให้บอกกล่าวบังคับจำนอง อย่างน้อย 60 วัน ) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5553/2542 คำพิพากษาย่อสั้น                 ในกรณีเจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนองประสงค์จะฟ้องบังคับจำนอง กฎหมายบังคับให้เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้จำนองซึ่งเป็นลูกหนี้ และต้องกำหนดเวลาอันสมควรเพื่อให้โอกาสผู้จำนองชำระหนี้จำนอง การบอกกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขที่ผู้รับจำนองจะต้องกระทำให้ถูกต้องก่อน จึงจะฟ้องบังคับจำนองได้ การบอกกล่าวดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาที่ต้องมีผู้รับการแสดงเจตนา ซึ่งกฎหมายกำหนดคือผู้จำนองฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ส. ผู้จำนองถึงแก่กรรมก่อนโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวแม้จะมีผู้อื่นรับหนังสือนั้นไว้ ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อ ส. ผู้จำนองถึงแก่กรรม มรดกรวมตลอดถึงสิทธิหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาท...

แจ้งความ ร้องทุขก์ การสอบสวน อำนาจฟ้อง ผู้เสียหาตชทาง

รูปภาพ
        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567        ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และความผิดฐานรู้ว่าไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่... ว่าได้มีการกระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 172 และ 173 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมอันเป็นบทเฉพาะเกี่ยวกับความผิดอาญา สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อ. มาตรา 326 ต้องเป็นการใส่ความโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย โดยความผิดทั้งหมดดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดนั้น จะต้องกระทำไปโดยเจตนาโดยรู้สำนึกในการที่กระทำไม่ว่าประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผล คดีนี้จำเลยทั้งสามเพียงเพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในสัมปทานการดูดทราย เพื่อป้องกันส่วนได้เสียเพื่อความชอบธรรมตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย ข้อความที่ระบุไว้ในหนังสือร้องเรียนจึงเป็นการแจ้งข้อเท็จจริงตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามควา...

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน

รูปภาพ
             ความผิดฐานข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ต้องกระทำการต่อเจ้าพนักงาน เพียงพูดปราศรัยบนเวทีถือเป็นการกระทำต่อผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. ด้วยกัน ไม่ได้กระทำต่อเจ้าพนักงาน จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฐานนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2561                  ความผิดตามฟ้องโจทก์ คือ ป.อ. มาตรา 139 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย..." ซึ่งเป็นที่เห็นได้อย่างแน่ชัดว่า ผู้ที่จะกระทำความผิดตามมาตรา 139 ดังกล่าว จะต้องกระทำการต่อเจ้าพนักงาน คือข่มขืนใจต่อเจ้าพนักงาน แต่ตามคำบรรยายในฟ้องโจทก์เองและตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กลับฟังได้แน่ชัดว่า จำเลยเพียงขึ้นพูดปราศรัยบนเวทีซึ่งเป็นการพูดต่อผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. ด้วยกัน จำเลยไม่ได้พูดหรือกระทำการใดต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานแต่อย่างใด แม้จะฟังว่าการพูดปราศรัยดังกล่าวมีการทำข่าวทางสถานีโทรทัศน์หรือสื่อมวลชนสาธารณะอื่นด้...