คำพิพากษาฎีกาที่ 825 / 2568
…ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่ามูลเหตุจูงใจที่จำเลย(พ่อเลี้ยง) ใช้อาวุธปืนยิงผู้ร้องนั้น มาจากที่ผู้ร้องลวนลามนาง อ. เมื่อจำเลยไล่ให้ผู้ร้องออกจากบ้านของจำเลย แต่ผู้ร้องไม่ยอมออกและพูดท้าทายจำเลย การกระทำของผู้ร้องเป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร นาง อ. ลูกเลี้ยงของจำเลยซึ่งถือว่าอยู่ในความปกครองของจำเลย และแม้ขณะผู้ร้องเข้ามาในบ้านของจำเลยจะเข้ามาโดยชอบ แต่เมื่อผู้ร้องกระทำอนาจาร นาง อ. แล้วจำเลยไล่ให้ผู้ร้องออกจากบ้านของจำเลยแล้วผู้ร้องไม่ยอมออกไป #จึงเป็นความผิดฐานบุกรุกเคหะสถานของจำเลยอีกด้วย แล้วผู้ร้องยังพูดท้าทายจำเลยอีกว่า “ มึงอย่ามาชี้หน้าด่ากู เดี๋ยวกูกัดนิ้วขาด ” การกระทำของผู้ร้องถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ร้องในขณะนั้น #จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72
… ที่โจทก์ฎีกาต่อมาว่าขอให้ไม่รอการลงโทษจำเลยนั้น เห็นว่าแม้การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ทำร้ายผู้ร้องจะเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่ผู้ร้องก็เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนและยังก่อเหตุอนาจารลูกเลี้ยงของจำเลยและบุกรุกเคหสถานในบ้านของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค6 ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้อง 25,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย อันถือว่าเป็นการรับผิด ในผลของการกระทำไปแล้วส่วนหนึ่ง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค6 #เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยโดยการรอการลงโทษให้แก่จำเลยจึงเหมาะสมแก่ พฤติการณ์แห่งคดีแล้วฎีกาของโจทก์คนนี้ฟังไม่ขึ้น

